(ภาพนี้จากผนังโบสถ์ บ้านทุ่งคา ต แม่สุก อ แจ้ห่ม ลำปาง)
ความเพียร ๔ ประเภท (นัยที่ ๒)
ภิกษุทั้งหลาย ! ปธานสี่อย่างเหล่านี้ มีอยู่.
สี่อย่าง อย่างไรเล่า ? สี่อย่าง คือ
สังวรปธาน ปหานปธาน ภาวนาปธาน อนุรักขนาปธาน.
ภิกษุทั้งหลาย ! สังวรปธาน เป็นอย่างไรเล่า ?
ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุในกรณีนี้ เห็นรูปด้วยตาแล้ว
ไม่เป็นผู้ถือเอาในลักษณะที่เป็นการรวบถือเอาทั้งหมด
ไม่เป็นผู้ถือเอาในลักษณะที่เป็นการถือเอาโดยแยกเป็นส่วนๆ
อกุศลธรรมอันเป็นบาป คือ อภิชฌาและโทมนัส
จะพึงไหลไปตามบุคคลผู้ไม่สำารวมอยู่
ซึ่งอินทรีย์อันเป็นต้นเหตุคือตา ใด,
เธอย่อมปฏิบัติเพื่อสำารวมซึ่งอินทรีย์นั้น
ย่อมรักษาอินทรีย์คือตา ย่อมถึงการสำารวมในอินทรีย์คือตา
(ในกรณีแห่งอินทรีย์คือหู อินทรีย์คือจมูก อินทรีย์คือลิ้น
อินทรีย์คือกาย อินทรีย์คือใจ ก็มีข้อความที่ได้ตรัสไว้ทำานองเดียวกัน)
ภิกษุทั้งหลาย ! นี้เรากล่าวว่า สังวรปธาน.
ภิกษุทั้งหลาย ! ปหานปธาน เป็นอย่างไรเล่า?
ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุในกรณีนี้
ไม่รับเอาไว้ สละทิ้งไปถ่ายถอนออก
ทำาให้สิ้นสุดเสีย ทำาให้ถึงความไม่มี
ซึ่งกามวิตก ที่เกิดขึ้นแล้ว...
ซึ่งพยาบาทวิตก ที่เกิดขึ้นแล้ว...
ซึ่งวิหิงสาวิตก ที่เกิดขึ้นแล้ว...
ซึ่งอกุศลธรรมอันเป็นบาปทั้งหลาย ที่บังเกิดขึ้นแล้วๆ
ภิกษุทั้งหลาย ! นี้เรากล่าวว่า ปหานปธาน.
ภิกษุทั้งหลาย ! ภาวนาปธาน เป็นอย่างไรเล่า ?
ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุในกรณีนี้
ย่อมเจริญซึ่ง สติสัมโพชฌงค์... ซึ่งธัมมวิจยสัมโพชฌงค์...
ซึ่งวิริยสัมโพชฌงค์... ซึ่งปีติสัมโพชฌงค์... ซึ่งปัสสัทธิสัมโพชฌงค์...
ซึ่งสมาธิสัมโพชฌงค์... ซึ่งอุเบกขาสัมโพชฌงค์ อัน (แต่ละอย่างๆ)
อาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปเพื่อโวสสัคคะ
ภิกษุทั้งหลาย ! นี้เรากล่าวว่า ภาวนาปธาน.
ภิกษุทั้งหลาย ! อนุรักขนาปธาน เป็นอย่างไรเล่า?
ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุในกรณีนี้
ย่อมตามรักษาซึ่งสมาธินิมิตอันเจริญ ที่เกิดขึ้นแล้ว คือ
อัฏฐิกสัญญา ปุฬวกสัญญา วินีลกสัญญา
วิปุพพกสัญญา วิจฉิทกสัญญา อุทธุมาตกสัญญา
ภิกษุทั้งหลาย ! นี้เราเรียกว่า อนุรักขนาปธาน.
ภิกษุทั้งหลาย ! ปธานสี่อย่างเหล่านี้ แล.
จตุกฺก. อํ. ๒๑/๒๐/๑๔.

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น