(ภาพนี้จากผนังโบสถ์ บ้านทุ่งคา ต แม่สุก อ แจ้ห่ม ลำปาง)
ต้องเพียรละความเพลินในทุกๆ อิริยาบถ
ภิกษุทั้งหลาย ! เมื่อภิกษุกำาลังเดินอยู่
ถ้าเกิดครุ่นคิดด้วยความครุ่นคิดในกาม (กามวิตก)
หรือ ครุ่นคิดด้วยความครุ่นคิดในทางเดือดแค้น (พยาบาทวิตก)
หรือ ครุ่นคิดด้วยความครุ่นคิดในทางทำาผู้อื่นให้ลำาบากเปล่าๆ
(วิหิงสาวิตก) ขึ้นมา
และภิกษุก็ ไม่รับเอาความครุ่นคิดนั้นไว้
สละทิ้งไป ถ่ายถอนออก ทำาให้สิ้นสุดลงไปจนไม่มีเหลือ
ภิกษุที่เป็นเช่นนี้ แม้กำาลังเดินอยู่ ก็เรียกว่า
เป็นผู้ทำาความเพียรเผากิเลส รู้สึกกลัวต่อสิ่งลามก
เป็นคนปรารภความเพียร อุทิศตนในการเผากิเลส อยู่เนืองนิจ.
ภิกษุทั้งหลาย ! เมื่อภิกษุกำาลังยืนอยู่
ถ้าเกิดครุ่นคิดด้วยความครุ่นคิดในกาม
หรือ ครุ่นคิดด้วยความครุ่นคิดในทางเดือดแค้น
หรือ ครุ่นคิดด้วยความครุ่นคิดในทางทำาผู้อื่นให้ลำาบากเปล่าๆ ขึ้นมา
และภิกษุก็ ไม่รับเอาความครุ่นคิดนั้นไว้
สละทิ้งไป ถ่ายถอนออก ทำาให้สิ้นสุดลงไปจนไม่มีเหลือ
ภิกษุที่เป็นเช่นนี้ แม้กำาลังยืนอยู่ ก็เรียกว่า
เป็นผู้ทำาความเพียรเผากิเลส รู้สึกกลัวต่อสิ่งลามก
เป็นคนปรารภความเพียร อุทิศตนในการเผากิเลสอยู่เนืองนิจ.
ภิกษุทั้งหลาย ! เมื่อภิกษุกำาลังนั่งอยู่
ถ้าเกิดครุ่นคิดด้วยความครุ่นคิดในกาม
หรือ ครุ่นคิดด้วยความครุ่นคิดในทางเดือดแค้น
หรือ ครุ่นคิดด้วยความครุ่นคิดในทางทำาผู้อื่นให้ลำาบากเปล่าๆ ขึ้นมา
และภิกษุก็ ไม่รับเอาความครุ่นคิดนั้นไว้
สละทิ้งไป ถ่ายถอนออก ทำาให้สิ้นสุดลงไปจนไม่มีเหลือ
ภิกษุที่เป็นเช่นนี้ แม้กำาลังนั่งอยู่ ก็เรียกว่า
เป็นผู้ทำาความเพียรเผากิเลส รู้สึกกลัวต่อสิ่งลามก
เป็นคนปรารภความเพียร อุทิศตนในการเผากิเลสอยู่เนืองนิจ.
ภิกษุทั้งหลาย ! เมื่อภิกษุกำาลังนอนอยู่
ถ้าเกิดครุ่นคิดด้วยความครุ่นคิดในกาม
หรือ ครุ่นคิดด้วยความครุ่นคิดในทางเดือดแค้น
หรือ ครุ่นคิดด้วยความครุ่นคิดในทางทำาผู้อื่นให้ลำาบากเปล่าๆ ขึ้นมา
และภิกษุก็ ไม่รับเอาความครุ่นคิดนั้นไว้
สละทิ้งไป ถ่ายถอนออก ทำาให้สิ้นสุดลงไปจนไม่มีเหลือ
ภิกษุที่เป็นเช่นนี้ แม้กำาลังนอนอยู่ ก็เรียกว่า
เป็นผู้ทำาความเพียรเผากิเลส รู้สึกกลัวต่อสิ่งลามก
เป็นคนปรารภความเพียร อุทิศตนในการเผากิเลสอยู่เนืองนิจแล.
จตุกฺก. อํ. ๒๑/๑๗/๑๑.

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น