เมื่อมีความพอใจ ย่อมมีตัณหา

 

(ภาพนี้จากผนังโบสถ์ บ้านทุ่งคา ต แม่สุก อ แจ้ห่ม ลำปาง)
เมื่อมีความพอใจ ย่อมมีตัณหา
ภิกษุทั้งหลาย !
เปรียบเหมือนไฟกองใหญ่ พึงลุกโพลงด้วยไม้สิบเล่มเกวียนบ้าง 
ยี่สิบเล่มเกวียนบ้าง สามสิบเล่มเกวียนบ้าง สี่สิบเล่มเกวียนบ้าง. 
บุรุษพึงเติมหญ้าแห้งบ้าง มูลโคแห้งบ้าง ไม้แห้งบ้าง 
ลงไปในกองไฟนั้น ตลอดเวลาที่ควรเติม อยู่เป็นระยะๆ.
ภิกษุทั้งหลาย ! ด้วยอาการ อย่างนี้แล ไฟกองใหญ่ 
ซึ่งมี เครื่องหล่อเลี้ยง อย่างนั้น 
มี เชื้อเพลิง อย่างนั้น 
ก็จะพึงลุกโพลง ตลอดกาลยาวนาน 
ข้อนี้ฉันใด ภิกษุทั้งหลาย ! เมื่อภิกษุเป็นผู้
มีปกติ เห็นโดยความเป็นอัสสาทะ (น่ารักน่ายินดี) 
ใน อุปาทานิยธรรม (ธรรมทั้งหลายอันเป็นที่ตั้งแห่งอุปาทาน) อยู่ 
ตัณหาย่อมเจริญ อย่างทั่วถึง 40 พุ ทธวจน
เพราะมีตัณหาเป็นปัจจัย จึงมีอุปาทาน
เพราะมีอุปาทานเป็นปัจจัย จึงมีภพ
เพราะมีภพเป็นปัจจัย จึงมีชาติ
เพราะมีชาติเป็นปัจจัย
ชรามรณะ โสกะปริเทวะทุกขะโทมนัสอุปายาสทั้งหลาย 
จึงเกิดขึ้นครบถ้วน
ความเกิดขึ้นพร้อมแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนี้ ย่อมมี ด้วยอาการอย่างนี้.
นิทาน. สํ. ๑๖/๑๐๒/๑๙๖-๑๙๗.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น