(ภาพนี้จากผนังโบสถ์ บ้านทุ่งคา ต แม่สุก อ แจ้ห่ม ลำปาง)
ตามแนวแห่งสัมมาสังกัปปะ
ภิกษุทั้งหลาย !
ภิกษุตรึกตามตรองตามถึงอารมณ์ใดๆ มาก
จิตย่อมน้อมไป โดยอาการอย่างนั้นๆ :
ถ้าภิกษุตรึกตามตรองตามถึง กามวิตก มาก
ก็เป็นอันว่า ละเนกขัมมวิตกเสีย
กระทำาแล้วอย่างมากซึ่ง กามวิตก
จิตของเธอนั้นย่อมน้อมไปเพื่อความตรึกในกาม
ถ้าภิกษุตรึกตามตรองตามถึง พ๎ยาปาทวิตก มาก
ก็เป็นอันว่า ละอัพ๎ยาปาทวิตกเสีย
กระทำาแล้วอย่างมากซึ่ง พ๎ยาปาทวิตก
จิตของเธอนั้นย่อมน้อมไปเพื่อความตรึกในการพยาบาท
ถ้าภิกษุตรึกตามตรองตามถึง วิหิงสาวิตก มาก
ก็เป็นอันว่า ละอวิหิงสาวิตกเสีย
กระทำาแล้วอย่างมากซึ่ง วิหิงสาวิตก
จิตของเธอนั้นย่อมน้อมไปเพื่อความตรึกในการทำาสัตว์ให้ลำาบาก
ภิกษุทั้งหลาย !
เปรียบเหมือนในคราวฤดูสารท คือเดือนสุดท้ายแห่งฤดูฝน
คนเลี้ยงโคต้องเลี้ยงฝูงโคในที่แคบเพราะเต็มไปด้วยข้าวกล้า
เขาต้องตีต้อนห้ามกันฝูงโคจากข้าวกล้านั้นด้วยท่อนไม้
เพราะเขาเห็นโทษ คือ การถูกประหาร การถูกจับกุม
การถูกปรับไหม การติเตียน เพราะมีข้าวกล้านั้นเป็นเหตุ,
ข้อนี้ฉันใด; ภิกษุทั้งหลาย ! ถึงเราก็ฉันนั้น
ได้เห็นแล้วซึ่งโทษความเลวทราม
เศร้าหมองแห่งอกุศลธรรมทั้งหลาย,
เห็นอานิสงส์ในการออกจากกาม
ความเป็นฝักฝ่ายของความผ่องแผ้วแห่งกุศลธรรมทั้งหลาย.
ภิกษุทั้งหลาย ! เมื่อเราเป็นผู้ไม่ประมาท มีเพียร
มีตนส่งไปอย่างนี้ เนกขัมมวิตก ย่อมเกิดขึ้น ...
อัพ๎ยาปาทวิตก ย่อมเกิดขึ้น ... อวิหิงสาวิตก ย่อมเกิดขึ้น.
เราย่อมรู้แจ้งชัดว่า อวิหิงสาวิตกเกิดขึ้นแก่เราแล้ว
ก็อวิหิงสาวิตกนั้น ไม่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนตน
เบียดเบียนผู้อื่น หรือเบียดเบียนทั้งสองฝ่าย
แต่เป็นไปพร้อมเพื่อความเจริญแห่งปัญญา
ไม่เป็นฝักฝ่ายแห่งความคับแค้น เป็นไปพร้อมเพื่อนิพพาน.
แม้เราจะตรึกตามตรองตามถึงอวิหิงสาวิตกนั้นตลอดคืน
ก็มองไม่เห็นภัยอันจะเกิดขึ้น เพราะอวิหิงสาวิตกนั้นเป็นเหตุ
แม้เราจะตรึกตามตรองตามถึงอวิหิงสาวิตกนั้น ตลอดวัน
หรือตลอดทั้งกลางคืนกลางวัน
ก็มองไม่เห็นภัยอันจะเกิดขึ้นเพราะ อวิหิงสาวิตกนั้นเป็นเหตุ
ภิกษุทั้งหลาย !
ก็แต่ว่า เมื่อเราตรึกตามตรองตามนานเกินไปนัก กายก็เมื่อยล้า
เมื่อกายเมื่อยล้า จิตก็อ่อนเพลีย,
เมื่อจิตอ่อนเพลีย จิตก็ห่างจากสมาธิ,
เพราะเหตุนั้น เราจึงดำารงจิตให้หยุดอยู่ในภายใน
กระทำาให้มีอารมณ์อันเดียวตั้งมั่นไว้.
ข้อนั้นเพราะเหตุไรเล่า ?
เพราะเราประสงค์อยู่ว่าจิตของเราอย่าฟุ้งขึ้นเลย ดังนี้.
ภิกษุทั้งหลาย !
ภิกษุตรึกตามตรองตามถึงอารมณ์ใดๆ มาก
จิตย่อมน้อมไปโดยอาการอย่างนั้นๆ
ถ้าภิกษุตรึกตามตรองตามถึง เนกขัมมวิตกมาก
ก็เป็นอันว่าละกามวิตกเสีย
กระทำาแล้วอย่างมากซึ่งเนกขัมมวิตก
จิตของเธอนั้นย่อมน้อมไปเพื่อความตรึกในการออกจากกาม
ถ้าภิกษุตรึกตามตรองตามถึง อัพ๎ยาปาทวิตกมาก
ก็เป็นอันว่าละพ๎ยาปาทวิตกเสีย
กระทำาแล้วอย่างมากในอัพ๎ยาปาทวิตก
จิตของเธอนั้นย่อมน้อมไปเพื่อความตรึกในการไม่พยาบาท
ถ้าภิกษุตรึกตามตรองตามถึง อวิหิงสาวิตกมาก
ก็เป็นอันว่าละวิหิงสาวิตกเสีย
กระทำาแล้วอย่างมากในอวิหิงสาวิตก
จิตของเธอนั้นย่อมน้อมไป
เพื่อความตรึกในการไม่ยังสัตว์ให้ลำาบาก
ภิกษุทั้งหลาย ! เปรียบเหมือนในเดือนสุดท้ายแห่งฤดูร้อน
ข้าวกล้าทั้งหมด เขาขนนำาไปในบ้านเสร็จแล้ว
คนเลี้ยงโคพึงเลี้ยงโคได้.
เมื่อเขาไปพักใต้ร่มไม้ หรือไปกลางทุ่งแจ้งๆ
พึงทำาแต่ความกำาหนดว่า นั่นฝูงโคดังนี้ (ก็พอแล้ว)
ฉันนั้นเหมือนกัน.
มู. ม. ๑๒/๒๓๒-๒๓๖/๒๕๒.

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น