(ภาพนี้จากผนังโบสถ์ บ้านทุ่งคา ต แม่สุก อ แจ้ห่ม ลำปาง)
บันทึกท้ายเล่ม
อินทรียสังวร จึงเป็นหลักการแห่งความไม่ประมาท ที่ตรัสไว้ด้วยการดับเหตุ
ที่จะเป็นไปเพื่อชราและมรณะ อันเป็นที่มาของการ “ตามดู ! ไม่ตามไป...”
ที่แสดงให้เห็นด้วยพุทธวจน กว่า ๖๐ พระสูตร บ่งบอกถึงความสอดรับกัน
ของ พุทธวจน คือ คำาตถาคต ที่เป็น อินทรียสังวร อันเป็นตัวชี้วัดของ
ความเป็น ผู้ไม่ประมาท และเป็นการยืนยันภายใต้หลักการแห่งมหาปเทส ๔
(หลักการตรวจสอบว่าเป็นคำาตถาคตหรือไม่ คือหลักที่ตถาคตบัญญัติไว้เพื่อ
ใช้วัดสอบว่า เป็นคำาของพระองค์ จริงหรือไม่จริง โดยนำาเนื้อความ
หลักการนั้นไปเทียบเคียงในพุทธวจนบทอื่นๆ ว่าเข้ากันได้ ลงกันได้
สอดรับกันได้หรือไม่ ถ้าสอดรับกันได้ ก็ใช่คำาของพระองค์ แต่ถ้าไม่สอดรับกัน
ก็แสดงว่า ไม่ใช่คำาของพระองค์ ให้ละทิ้ง เนื้อความหลักการนั้นไปเสีย) 132 พุ ทธวจน
หวังว่าผู้ปฏิบัติทั้งหลาย ที่เทิดทูน เคารพ และกตัญญูบูชาพระศาสดา
คงจะได้เห็นความชัดเจนในหลักการ อันเป็นระเบียบถ้อยคำาของพระตถาคต
ชัดแจ้งด้วยตนเองและร่วมแรงใจปฏิบัติตามพระองค์ เพื่อแสดงออกถึง
“ความกตัญญู” และ “บูชา” ในโอกาสจะครบวาระ
“๒๖๐๐ ปี ของการตรัสรู้
ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า”
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น