เพราะไม่เพลิน จึงละอนุสัยทั้ง ๓ ได้


(ภาพนี้จากผนังโบสถ์ บ้านทุ่งคา ต แม่สุก อ แจ้ห่ม ลำปาง)
เพราะไม่เพลิน จึงละอนุสัยทั้ง ๓ ได้
ภิกษุทั้งหลาย ! 
เพราะอาศัย ตา ด้วย รูปทั้งหลาย ด้วย จึงเกิด จักขุวิญญาณ
การประจวบพร้อมแห่งธรรม ๓ ประการนั่น คือ ผัสสะ;
เพราะมีผัสสะเป็นปัจจัย...
เพราะอาศัย หู ด้วย เสียงทั้งหลาย ด้วย จึงเกิดโสตวิญญาณ 
การประจวบพร้อมแห่งธรรม ๓ ประการนั่น คือ ผัสสะ;
เพราะมีผัสสะเป็นปัจจัย...
เพราะอาศัย จมูก ด้วย กลิ่นทั้งหลาย ด้วย จึงเกิดฆานวิญญาณ
การประจวบพร้อมแห่งธรรม ๓ ประการนั่น คือ ผัสสะ;
เพราะมีผัสสะเป็นปัจจัย...
เพราะอาศัย ลิ้น ด้วย รสทั้งหลาย ด้วย จึงเกิดชิวหาวิญญาณ 
การประจวบพร้อมแห่งธรรม ๓ ประการนั่นคือ ผัสสะ;
เพราะมีผัสสะเป็นปัจจัย...
เพราะอาศัย กาย ด้วย โผฏฐัพพะทั้งหลาย ด้วย 
จึงเกิดกายวิญญาณ 
การประจวบพร้อมแห่งธรรม ๓ ประการนั่น คือ ผัสสะ;
เพราะมีผัสสะเป็นปัจจัย...
เพราะอาศัย ใจ ด้วย ธรรมารมณ์ทั้งหลาย ด้วย จึงเกิดมโนวิญญาณ 
การประจวบพร้อมแห่งธรรม ๓ ประการนั่น คือ ผัสสะ;
เพราะมีผัสสะเป็นปัจจัย 
จึงเกิดเวทนา อันเป็นสุขบ้าง เป็นทุกข์บ้าง ไม่ใช่ทุกข์ไม่ใช่สุขบ้าง.
บุคคลนั้น 
เมื่อ สุขเวทนา ถูกต้องอยู่ 
ย่อมไม่เพลิดเพลิน ย่อมไม่พร่ำาสรรเสริญ ไม่เมาหมกอยู่;
อนุสัยคือราคะ ย่อมไม่ตามนอน (ตสฺส ราคานุสโย นานุเสติ) แก่บุคคลนั้น.
เมื่อ ทุกขเวทนา ถูกต้องอยู่ 
เขาย่อมไม่เศร้าโศก ย่อมไม่ระทมใจ ย่อมไม่คร่ำาครวญ 
ย่อมไม่ตีอกร่ำาไห้ ย่อมไม่ถึงความหลงใหลอยู่;
อนุสัยคือปฏิฆะ ย่อมไม่ตามนอน (ไม่เพิ่มความเคยชินให้) แก่บุคคลนั้น. 
เมื่อ เวทนาอันไม่ใช่ทุกข์ไม่ใช่สุข ถูกต้องอยู่ 
เขาย่อมรู้ตามเป็นจริง
ซึ่งสมุทยะ (เหตุเกิด) ของเวทนานั้นด้วย
ซึ่งอัตถังคมะ (ความดับไม่เหลือ) แห่งเวทนานั้นด้วย
ซึ่งอัสสาทะ (รสอร่อย) ของเวทนานั้นด้วย
ซึ่งอาทีนวะ (โทษ) ของเวทนานั้นด้วย
ซึ่งนิสสรณะ (อุบายเครื่องออกพ้นไป) ของเวทนานั้นด้วย;
อนุสัยคืออวิชชา ย่อมไม่ตามนอน (ไม่เพิ่มความเคยชินให้) แก่บุคคลนั้น.
ภิกษุทั้งหลาย ! บุคคลนั้นหนอ 
(สุขาย เวทนาย ราคานุสยํ ปหาย)
ละราคานุสัยอันเกิดจากสุขเวทนาเสียได้แล้ว 
(ทุกฺขาย เวทนาย ปฏิฆานุสยํ ปฏิวิโนเทตฺวา)
บรรเทาปฏิฆานุสัยอันเกิดจากทุกขเวทนาเสียได้แล้ว
(อทุกฺขมสุขาย เวทนาย อวิชฺชานุสยํ สมูหนิตฺวา)
ถอนอวิชชานุสัย อันเกิดจากอทุกขมสุขเวทนาเสียได้แล้ว;
(อวิชฺชํ ปหาย วิชฺชํ อุปฺปาเทตฺวา)
เมื่อละอวิชชาเสียได้แล้ว และทำาวิชชาให้เกิดขึ้นได้แล้ว;
(ทิฏฺเฐว ธมฺเม ทุกฺขสฺสนฺตกโร ภวิสฺสตีติ)
เขาจักทำาที่สุดแห่งทุกข์ ในทิฏฐธรรม (รู้เห็นได้เลย) นี้ได้ นั้น;
(ฐานเมตํ วิชฺชติฯ) 
ข้อนี้เป็นฐานะที่จักมีได้.
อุปริ. ม. ๑๔/๕๑๘/๘๒๓.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น